- Home
- สศท.5 ถกเข้มนำเสนอภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาส3/2569 พร้อมมองแนวโน้มปี 2569 บูรณาการข้อมูล 4 จังหวัดอีสานใต้ มุ่งวิเคราะห์เชิงลึก แม่นยำ และตอบโจทย์สถานการณ์จริง ตามนโยบายเลขาธิการ สศก
.
วันนี้ (5ต.ค.69) เวลา 09:00 น.
นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์
ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่5 นครราชสีมา (สศท.5) เป็นประธานการ ประชุมนำเสนอภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาส3 ปี 2569 และแนวโน้มปี 2569 ในพื้นที่เขตรับผิดชอบ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์
โดยมีผู้รับผิดชอบงานภาวะฯ ส่วนแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตร เป็นผู้นำเสนอ พร้อมด้วยทีมงานนักวิชาการและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบข้อมูลสินค้าเกษตรสำคัญ (Mr.สินค้า) ในแต่ละพื้นที่เข้าร่วมวิเคราะห์และให้ความคิดเห็นอย่างพร้อมเพรียง
ณ ห้องประชุม สศท.5
การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทบทวน ตรวจสอบ และถอดรหัสข้อมูลสถานการณ์การผลิต การตลาด ราคา และปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจการเกษตรในระดับพื้นที่ #โดยเน้นย้ำการวิเคราะห์ข้อมูลให้มีความถูกต้องสมบูรณ์และสะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งถือเป็น หัวใจสำคัญในการจัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษตรระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผอ.สศท.5 ได้มอบแนวทางการทำงานและถ่ายทอดนโยบายของ
นายพีรพันธ์ คอทอง
เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) แก่ที่ประชุม โดยมุ่งเน้นแนวทางการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่:
– ยกระดับความแม่นยำและทันสมัยของข้อมูล (Data Quality & Real-time Insights): บูรณาการข้อมูลภาคสนาม ร่วมกับฐานข้อมูลเกษตรกรและปัจจัยการผลิต เพื่อให้การประเมินภาวะเศรษฐกิจการเกษตรมีความโปร่งใส เที่ยงตรง และเป็นปัจจุบันที่สุด
– การวิเคราะห์เชิงรุกและมองไปข้างหน้า (Forward-looking Analysis): ไม่เพียงประเมินผลตัวเลขในอดีต แต่ต้องวิเคราะห์ถึงปัจจัยความเสี่ยง สภาพกาลอากาศ ราคาปัจจัยการผลิต และสถานการณ์ตลาดโลก เพื่อให้เห็นแนวโน้มเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย
– การขับเคลื่อนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (Actionable Intelligence for Farmers): นำผลการวิเคราะห์ไปใช้เป็นเครื่องมือ สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ และตอบโจทย์การบริหารจัดการสินค้าเกษตรในระดับจังหวัดได้อย่างทันท่วงที ช่วยสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน
สศท.5 พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนการจัดทำข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่น่าเชื่อถือ เพื่อใช้เป็นเข็มทิศชี้ทิศทางเศรษฐกิจการเกษตรของภาคอีสานใต้ สนับสนุนการเติบโตของภาคการเกษตรอย่างมีเสถียรภาพต่อไป